DigitalOcean Simple Cloud Hosting

DigitalOcean คือ VPS (Virtual Private Server) เวอร์ชั่น Cloud คือหลังจากที่ผู้เขียนได้มีความสนใจใน DigitalOcean มาซักระยะแล้ว เริ่มตั้งแต่ที่เว็บไทยล่มกันค่อนประเทศปีที่แล้วหลายรอบ เพราะศูนย์ใหญ่ล่ม ไม่ว่าจะจากชาวม๊อบบ้าง ไฟดับบ้าง บลาๆ เลยรู้สึกว่าเราอยากที่จะมี Cloud Hosting เป็นของตัวเอง Cloud Hosting ก็คือการที่เว็บของเราอยู่บนระบบ Cloud ผ่านการทำงานของเซิฟเวอร์หลายๆ ตัว ทำให้แม้ว่าตัวใดตัวหนึ่งจะล่ม แต่เว็บเราก็จะไม่ล่มไปด้วยนั่นเอง ต่างจาก Share Host หรือ VPS ทั่วไปที่หากตัวไหนร่วง ทุกรายที่อยู่ในนั้นก็จะร่วงทั้งหมด! แถม Digital Ocean ยังมีราคาถูกพอๆ กับ Share Host ทั่วๆ ไปอีกด้วย

digitalocean-pricing-plan

เหตุผลที่ยังรีรออยู่เพราะตัวผู้เขียนเองนั้นไม่ได้มีความรู้เรื่องของเซิฟเวอร์ เพราะถึงแม้ว่าเราจะได้เซิฟเวอร์เป็นของตัวเอง ไม่ต้องแบ่งใช้กับคนอื่นเหมือน Share Host แต่เราก็ต้องติดตั้งเองหมด ทั้งระบบปฏิบัติการ (OS) หรือไม่ว่าจะเป็น Php, MySQL, Apache และอีกหลายตัวที่แค่จะเลือกแต่ละเวอร์ชั่นมาติดตั้งก็งงแล้ว การคอนฟิกนั้นยังยากกว่า แถมระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้อย่าง Ubuntu ยังเป็น Command Line ซึ่งการจะสั่งงานอะไรซักอย่างต้องพิมพ์สั่งเหมือนโค้ดลับตลอด (ผู้เขียนรู้สึกแบบนั้นจริงๆ) ซึ่งดูไปแล้วมันจะเหมาะกับ Developer เสียมากกว่า  จนกระทั่งวันหนึ่ง เราก็ได้รู้จักกับ….

ServerPilot

ServerPilot คือผู้ให้บริการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ โดยรวบแพกเกจต่างๆ สำหรับเซิฟเวอร์และ WordPress มัดรวมกันแล้วติดตั้งทีเดียวเลย เหมือนกับเราใช้ระบบติดตั้งอัตโนมัติ  (lnw install) บน Share Host เลยค่ะ ทำให้การที่จะสร้างเซิฟเวอร์และติดตั้งแพกเกจต่างๆ เพื่อรันเว็บ WordPress นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน เพราะเราจะไม่มี Control Panel อย่าง DirectAdmin หรือ cPanel บนแชร์โฮ้สต์นั่นเองค่ะ โดย ServerPilot นั้นสามารถใช้ได้กับ VPS หลายเจ้า รวมทั้ง DigitalOcean ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว DigitalOcaean เองนั้นก็สามารถที่จะสั่งติดตั้ง WordPress ได้อยู่แล้ว แต่ว่า ServerPilot จะดีกว่า เพราะมีการปรับแต่งเซิฟเวอร์ให้ดีที่สุดสำหรับ WordPress โดยเราไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องเซิฟเวอร์ในการปรับแต่งเอง และยังฟรีอีกด้วย ใช้เวลาในการติดตั้งไม่ถึง 10 นาที

serverpilot

ข้อดีของการใช้ ServerPilot ในการติดตั้ง WordPress

  • ServerPilot นั้นจะติดตั้ง WordPress ของเราบนโดยติดตั้ง Server แบบ Nginx ใช้ FastCGI และ PHP-FPM ซึ่งมีความเร็วและรองรับการใช้งานได้มากกว่า Apache ธรรมดาทั่วไป
  • ServerPilot ปรับแต่งเซิฟเวอร์เป็นแบบ Asynchronous ทำให้สิ้นเปลืองแรมน้อยกว่าเดิม
  • มี PHP หลายเวอร์ชั่นสำหรับการเลือกใช้งาน และเราสามารถที่จะสลับเวอร์ชั่นได้อย่างง่ายดายเมื่อไหร่ก็ได้
  • ไม่กินทรัพยากรของเซิฟเวอร์มากเหมือนการใช้ Control Panel
  • รองรับ HTTP/2 ทำให้เซิฟเวอร์สามารถรับรีเควสจากเว็บบราวเซอร์ได้เป็นจำนวนมากสำหรับเว็บ https
  • สามารถติดตั้ง ssl (https) ได้ฟรีสำหรับแพลน Coach ทำให้เราไม่ต้องซื้อมาใส่เองและไม่ต้องลำบากติดตั้งเองอีกด้วย
  • อัพเดตแพกเกจต่างๆ ของเซิฟเวอร์ให้โดยอัตโนมัติ
  • ใช้ SFTP ในการอัพโหลดดาวน์โหลดไฟล์ระหว่างเครื่องเราและเครื่องเซิฟเวอร์ ปลอดภัยกว่า FTP ทั่วไป
  • ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเซิฟเวอร์หรือเขียนคำสั่งต่างๆ เองเป็น เพราะส่วนใหญ่นั้นตั้งค่ามาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หรือเราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนผ่าน ServerPilot ได้ง่ายๆ

ServerPilot ไม่ได้เพียงแต่ติดตั้งเซิฟเวอร์ให้เราอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังพ่วงความสะดวกในเรื่องของความปลอดภัยอื่นๆ ด้วย

serverpilot-security

สมัครใช้บริการ ServerPilot

สมัคร DigitalOcean

ทำการสมัคร DigitalOcean ผ่านลิงค์นี้ จะได้รับเงินในระบบ $10 ซึ่งเมื่อเราจ่ายเงินเพื่อเริ่มแพลนเช่น แพลน 5$ ก็จะเท่ากับเราได้ $15 ได้ใช้ฟรีๆ 2 เดือนค่ะ ใส่อีเมลและรหัสผ่านที่ต้องการสร้างแอคเค้าท์ได้เลย

create-account

หลังจากนั้นเราก็จะได้อีเมลมา 2 ฉบับแบบนี้ ให้เราคลิกลิงค์คอนเฟริมที่อีเมลแรกค่ะ ส่วนอีเมลที่ 2 คือแจ้งว่าเราได้รับเครดิต $10 แล้ว

confirm-mail

หลังจากนั้นระบบก็จะให้เราใส่รายละเอียดของการจ่ายเงินค่ะ ใครใช้เครดิตก็เลือกช่องเครดิต แต่ผู้เขียนก็จะใช Paypal นะคะ ก็เลือกว่าจะเติมเข้าไปเท่าไหร่ อาจจะลองด้วย $5 ก็ได้ค่ะ เพราะยังไงก็ได้อีก $10 อยู่แล้วถ้าจะลองเล่นแพลนที่สูงกว่านี้ค่ะ (DigitalOcean มีระบบติดตั้ง WordPress อัตโนมัติเช่นกัน เพียงแต่ต้องเป็นแพลน $10 ขึ้นไป ซึ่งก็จะได้แบนวิทและแรมมากกว่าเดิมด้วย)

สร้าง Droplet

คลิกที่ปุ่ม Create Droplet ด้านบนเพื่อสร้าง Droplet หรือเครื่องจำลองบนคลาวด์ของเราค่ะ

create-droplet

1.1 Create Droplet

ตั้งชื่อให้กับ Droplet ของเรา จากนั้นก็เลือกไซต์ที่ต้องการด้านล่าง ซึ่งถ้าใครอยากจะใช้ระบบติดตั้ง WordPress อัตโนมัติของ DigitalOcean เลยก็ให้เลือกเป็นแบบ $10 นะคะ ก็จะได้แรมและแบนวิทเพิ่มด้วย คุ้มดีเหมือนกัน แต่หากใครจะเริ่มต้นเล็กๆ ก็เลือกแบบ $5 ก็ได้แล้วเราจะใช้ ServerPilot ติดตั้งต่างหากค่ะ

droplet-hostname-and-plan

1.2 กรอก Hostname และเลือก Size

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้ว DigitalOcean ไม่ได้คิดเป็นรายเดือน แต่คิดเป็นรายชั่วโมงตามการใช้งาน ซึ่งเขาตีออกมาให้คิดง่ายๆ เป็นรายเดือนแบบนี้แทนนั่นเองค่ะ ซึ่งหากเราไม่ได้ใช้ เช่นตอนนี้ผู้เขียนยังไม่ได้ใช้ เพราะของเดิมยังเหลือนานอยู่ ก็อาจจะลบทิ้ง เงินก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมจนกว่าจะเปิดใช้อีกค่ะ เขาก็จะนับไปเรื่อยๆ

ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกโซน ในที่นี้เราทำเว็บไทย เน้นกลุ่มคนไทย ก็จะเลือก Singapore ซึ่งอยู่ใกล้สุด จะได้เข้าเว็บได้เร็วกว่าค่ะ เพราะเน็ตบ้านเรานั้นออกนอกจะช้ามากๆ แบบไม่สามารถคาดหวังได้

select-region

1.3 เลือกโซน (Region)

จากนั้นเลือก Ubuntu 14.04 x64 เป็นระบบปฏิบัติการ (OS) ของเราค่ะ

choose-ubuntu

1.4 เลือก OS

เสร็จแล้วจึงคลิกที่ปุ่ม Create Droplet ด้านล่างสุด

ระบบก็จะเริ่มสร้าง Droplet ให้เราค่ะ

create-droplet-remaining

หลังจากสร้างเสร็จก็จะมีอีเมล แจ้ง IP Address, Username, Password มาให้เราแบบนี้ค่ะ ซึ่งเขาจะบอกให้เราเข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านเสียก่อน

email-droplet-detail

1.5 รายละเอียด Droplet

การเปลี่ยนรหัสผ่านทำได้โดยการคลิกที่ปุ่ม Console Access

console-access

1.6 Console Access

ขั้นแรกก็ให้กด Enter ก่อน 1 ครั้ง แล้วก็ให้เราใส่ชื่อล็อกอินเป็น root ตามที่ได้มาจากอีเมล จากนั้นกด Enter อีกครั้ง แล้วใส่ Password ตามอีเมล โดย Ubuntu นั้นจะไม่แสดงรหัสให้เห็นเป็นตัวเลขนะคะ ให้เรากรอกไปเลยจนครบแล้วกด Enter อีกครั้ง

root-password

1.7 ใส่ Username : root และรหัสผ่านของ Droplet

เสร็จแล้วระบบก็จะให้เรารีเซ็ตรหัสผ่าน
(current) UNIX  คือใส่รหัสเดิมอีกครั้งก่อน
Enter new UNIX ใส่รหัสผ่านใหม่
Retype new UNIX  ใส่รหัสผ่านใหม่อีกครั้ง

reset-password

1.8 เปลี่ยนรหัสผ่าน

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสร้างและแก้ไขรหัสผ่าน Droplet

สำหรับคนที่ใช้ Mac ก็ให้เปิด Terminal ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำสั่ง root ssh@เลขไอพีแอดเดรส ได้เลยค่ะ

เพิ่ม DNS

คือการเพิ่ม  Domain NameServer ของเราให้เชื่อมกับ Droplet ที่อยู่บน DigitalOcean นั่นเอง โดยการคลิกที่เมนู More ของ Droplet ที่เราต้องการ จากนั้นคลิกที่เมนู Add a Domain

add-domain

 

จากนั้นให้เรากรอกโดเมนของเราเข้าไป โดยรอบแรกกรอกเป็นแบบธรรมดา คือ ไม่มี  www ก่อนก็ได้ แล้วเลือก droplet ที่เราต้องการเชื่อมต่อ แล้วคลิกที่ปุ่ม Create Record จากนั้นก็ทำอีกรอบ โดยรอบนี้เพิ่มเป็นมี www ด้วย เป็น www.wpthaiuser.com

add-wpthaiuser-domain

เราก็จะได้โดเมนมา 2 แถวซึ่งเชื่อมโยงไปยังโดเมนและ droplet เดียวกันบบในรูป ให้คลิกที่ More แล้วเลือก View Domain ที่แถวโดเมนอันแรก เพื่อเข้าไปตั้งค่า A Recode

view-domain

จากนั้นให้เราทำการเพิ่มข้อมูลในส่วนของ A Recode โดยเพิ่ม www ลงไปในช่องแรก แล้วก็ใส่ ip ของ droplet เราในช่องถัดไป ก๊อปปี้จากด้านล่างมาใส่ได้เลยค่ะ เสร็จเรียบร้อยก็คลิก Create A Recode ทำแบบนี้กับทั้ง 2 ชุด ทั้ง wpthaiuser.com  และ www.wpthaiuser.com

add-a-recode

ด้านล่างเราจะเจอกับ NS หรือ NameServers แบบนี้มาไว้สำหรับนำไปกรอกในช่อง Nameservers ของผู้ให้บริการที่เราเช่าโดเมนอยู่ เพื่อชี้มายัง Droplet ของเรา

3.1 ข้อมูล Nameservers

ล็อกอินเข้าเว็บที่เราเช่าโดเมนไว้ ในที่นี้คือ name.com จากนั้นนำข้อมูลด้านบนไปกรอกอัพเดตใหม่ในส่วนของ Nameservers โดยต้องลบอันเก่าออกเสียก่อนนะคะ ใส่ครบแล้วจึงคลิกที่ Apply Changes เท่านี้เราก็จะเชื่อมต่อโดเมนกับ Droplet ได้แล้ว

name-nameserver

2.4 อัพเดต Nameservers ใหม่ที่เว็บผู้ให้บริการโดเมน

ทีนี้ก็รอแค่ให้ DNS อัพเดต ซึ่งเราไม่สามารถกำหนดได้ค่ะ บางทีไม่กี่นาทีก็เรียบร้อยแล้ว บางทีก็หลายชั่วโมงถึงจะอัพเดตชี้ไปยังโฮ้สต์ใหม่ของเราที่ DigitalOcean

เชือมต่อ ServerPilot กับ Droplet

ลงทะเบียนเพื่อใช้งาน ServerPilot Free

signup-serverpilot

3.1 สมัคร

เราจะได้รับอีเมลเพื่อกดลิงค์ Confirm

confirm-serverpilot

คลิกที่ปุ่ม Connect a Server

connect-a-server

ให้เรานำ IP Address ที่ได้ก่อนหน้านี้ รวมถึง root password ที่ได้ทำการแก้แล้วในรูป 1.4 มากรอกในช่องด้านล่าง ส่วนช่องสุดท้ายให้เราสร้างรหัสผ่านสำหรับ SFTP ขึ้นเอง ซึ่งเราจะใช้ในการโอนถ่าย อัพโหลด ดาวน์โหลดไฟล์กับเซิฟเวอร์ผ่านโปรแกรม FileZilla

connect-serverpilot-droplet

3.2 เชื่อมต่อ ServerPilot กับ Droplet

จากนั้นคลิกปุ่ม Connect to ServerPilot

ระบบก็จะทำการเชื่อมต่อกับ Droplet ของเรา

connect-serverpilot-remaining

และติดตั้งแพกเกจต่างๆ และตั้งค่าให้เรา

serverpilot-install-php

เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม + Create App

โดยทุกการติดตั้ง SeverPilot นั้นจะเรียกสคริปต์ต่างๆ ว่า App นะคะ ถ้าเราพูดถึงแอปในที่นี้ ก็หมายถึงตัว WordPress ที่เราได้ติดตั้งนี้แหละค่ะ

create-app

ใส่ชื่อ App อะไรก็ได้แล้วแต่เรา เสร็จแล้วใส่ Domain แล้วติ๊กที่ช่อง WordPress จากนั้นก็ให้เรากรอก Title, User, Password และ อีเมลแอดมินที่เราต้องการ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Create App ด้านล่าง

app-info

3.3 สร้างแอปและติดตั้ง WordPress

เราก็จะได้รับอีเมลจาก WordPress ที่ส่งมาจากเว็บของเราแบบด้านล่างนี้

wordpress-mail-serverpilot

ระบบจะแสดงรายละเอียดของแอฟที่เราได้สร้างซึ่งก็คือ WordPress บนโฮ้สต์ (Droplet) DigitalOcean ของเรานั่นเอง ได้ php5.6 เลย มันดีก็ตรงนี้ โฮ้สต์หลายที่ในไทยยังไม่อัพเลยค่ะ ซึ่ง WordPress นั้นอัพเดตเสมอ php ที่รองรับนี้สำคัญมากค่ะ

โดย Root Directory ที่เก็บไฟล์ WordPress ของเราก็คือ  apps/wpthaipub/public

serverpilot-app-detail

3.4 รายละเอียดของแอป

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยในการติดตั้ง WordPress บน DigitalOcean ผ่าน ServerPilot ค่ะ

ลองเข้าเว็บ

หน้าบ้าน

wpthai-pub

ลองเข้าหลังบ้านดู …

เรียบร้อยสวยงาม

wpthai-pub-dashboard

การใช้งาน SFTP

SFTP ก็คล้ายกับการ FTP ในการอัพโหลด ดาวน์โหลดไฟล์ไปยังเซิฟเวอร์ เพียงแต่ SFTP นั้นจะมีความปลอดภัยสูงกว่า FTP ทั่วไปนั่นเอง

เปิดโปรแกรม FileZilla ขึ้นมา ทำการเพิ่มข้อมูลการเชื่อต่อใหม่โดยไปที่เมนู File > Site Manager

sftp-serverpliot-droplet-digitalocean

ด้านบน ตั้งชื่อชุดใหม่ใส่ข้อมูล SFTP ลงไป คือ Host ก็ใส่ IP Address ของเรา Protocol เลือกเป็นแบบ  SFTP Logon Type เป็น Normalใส่ User เป็น serverpilot จากนั้นก็ใส่รหัสผ่านของ SFTP ตามที่เราตั้งไว้ในรูป 3.2 นั่นเอง เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม Connect เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Droplet โฮ้สต์ใหม่ของเรา

ซึ่งถ้าเราเข้าไปตามโฟลเดอร์ในรูปที่ 3.4 ก็จะพบกับไฟล์ WordPress ดังรูป ซึ่งเราก็จะสามารถจะทำการดาวน์โหลด อัพโหลดหรือแก้ไขไฟล์ต่างๆ ผ่านโปรแกรม FileZilla หรือโปรแกรมอื่นๆ ได้ที่นี่เลยค่ะ

wordpress-file-on-digitalocean

การติดตั้ง phpMyAdmin

สิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ก็คือในบางครั้งเราจำเป็นต้องใช้งาน phpMyAdmin เช่น เวลาที่เกิดปัญหาต่างๆ หรือหากต้องการ Import/Export ฐานข้อมูลแบบไม่ใช้ปลั๊กอินของ WordPress จะยังไงเสีย แนะนำว่ามีไว้ดีกว่าไม่มีแน่นอนค่ะ

ดาวน์โหลด phpMyAdmin เลือกรุ่นล่าสุดตัวใดตัวหนึ่งมาค่ะ ในที่นี้เราเลือกตัวในรูปนะคะ

download-phpmyadmin

แตกไฟล์ออก แล้วเปิดไฟล์ config.sample.inc.php ขึ้นมานะคะ จากนั้นแก้ไขโดยการใส่ข้อความอะไรก็ได้แบบสุ่มๆ ลงไปในช่องระหว่างเครื่องหมาย  ‘ ‘

random-phpmyadmin

หลังจากเปลี่ยนแล้วแบบภาพด้านล่าง ก็ Save ใหม่ (Save As) ในชื่อ config.inc.php คือเอาคำว่า sample ออกนั่นเอง

save-as-config-inc-php

สร้างโฟลเดอร์ใหม่ผ่านโปรแกรม FileZilla ที่โฟลเดอร์ public ที่เดียวกับที่เก็บไฟล์ WordPress ของเรานั่นเอง ตั้งเป็นชื่ออะไรก็ได้ค่ะ จากนั้นก็อัพโหลดไฟล์ของ phpMyAdmin ทั้งหมดขึ้นไปยังโฟลเดอร์ที่สร้างใหม่นี้

upload-phpmyadmin

จากนั้นเราก็เข้าเว็บของเราโดยพิมพ์ชื่อเว็บตามด้วยชื่อโฟลเดอร์ ตัวอย่าง https://www.wpthaiuser.com/phpmyadmin-27256882 ระบบก็จะให้เราใส่ Username และ Password

php-login

โดยรหัสนี้เราก็สามารถใช้ FileZilla ดูได้เช่นกัน โดยการคลิกขวาที่ไฟล์ WordPress ที่ชื่อว่า wp-config.php แล้วดูตรง User, Password นั่นเอง

username-password-phpmyadmin

ต่อจากขั้นตอนก่อนหน้า หลังจากใส่ User และ Password แล้ว เราก็จะเข้าสู่ phpMyAdmin ได้ดังรูป

php-myadmin

หากใครต้องการ ย้ายเว็บ WordPress แบบ Manual ไม่ใช้ปลั๊กอินใดๆ ก็สามารถทำผ่าน FileZilla และ phpMyAdmin นี้ได้เลย

ทิป : เราสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านนี้ได้โดยการไปที่เมนู Apps บน SeverPilot แล้วเลือกแอปที่เราติดตั้ง WordPress ไว้ จากนั้นคลิกที่เมนู Databases คลิกเลือก User ที่ต้องการเปลี่ยนรหัส ทำการใส่รหัสผ่านใหม่แล้วกด Update

change-database-password

เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใช้งาน WordPress ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ

การอัพเดตเวอร์ชั่น PHP

หากเราใช้ Share host เราอาจจะไม่สามารถที่จะอัพเดตเวอร์ชั่น php เองได้ ต้องรอให้ทางโฮ้สต์เป็นคนอัพเดตได้ และทางโฮ้สต์ก็มักจะไม่สามารถอัพให้สูงๆ ได้ เพราะโฮ้สต์ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกัน อย่างโฮ้สต์ไทย มีคนทำเว็บจำนวนมากที่ทำเว็บกับ php รุ่นเก่า หากทางโฮ้สต์เปลี่ยนก็จะกระทบกับเว็บทั้งหมด ทำให้บางเว็บอาจจะพังได้ แต่การเปลี่ยนไปใช้ PHP 7 นั้นจะทำให้เว็บคุณเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อเราล็อกอินเข้าเว็บ เพราะแอดมินจะไม่มีการแคชใดๆ อยู่แล้วด ดังนั้นเราจึงเจอกับการประมวลผลของ PHP ตรงๆ

php7-compare

ภาพจาก https://wpengine.com/

แต่ ServerPilot นั้น เราสามารถที่จะสั่งเปลี่ยนเวอร์ชั่น php ได้ทุกเมื่อค่ะ โดยการล็อคอินที่ ServerPilot แล้วไปที่ Apps เลือกชื่อแอปที่เราได้สร้างไว้ จากนั้นก็จะมี Settings ให้เราเลือก PHP Version ที่ต้องการแล้วกด Update ก็เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

change-php

การลบแอป

การลบแอปหรือ WordPress ก็ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน เพียงทำเหมือนขั้นตอนการอัพเวอร์ชั่น PHP นั่นแหละค่ะ เพียงแต่คลิกที่ปุ่ม Delete แทน ระบบจะให้เรายืนยัน 2 รอบ ไม่ต้องรีบนะคะ ดูให้ดีๆ ถ้าใครติดตั้งไว้หลายตัว ลบผิดเอาคืนไม่ได้นะ หายไปในพริบตาเลย (ถ้าไม่มีแบ็คอัพ)

delete

 

ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีความสนใจใน DigitalOcean และอยากมี Cloud Hosting เป็นของตัวเองแบบผู้เขียน แต่กังวลว่าจะติดตั้งและตั้งค่าเป็นหรือเปล่า เพราะก็ไม่ค่อยจะมีข้อมูลภาษาไทยให้อ่านมากนัก หรืออาจจะแลดูยากเกินไป จริงๆ แล้วก็มี Cloud Hosting อื่นๆ ดีๆ มากมาย เช่น Amazon EC2 ซึ่งก็สามารถใช้ ServerPilot ได้เช่นกัน แต่เรานำเสนอ DigitalOcean เพราะคิดว่าใช้งานง่าย เหมาะกับแนวของเว็บเรา และราคาก็ยังไม่แพงอีกด้วยค่ะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายไปโฮ้สต์นอกแบบ Cloud ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ลิงค์ในหน้านี้เป็น Affiliate Link ซึ่งผู้อ่านจะไม่ได้เสียอะไรเพิ่มเติม แถมยังเป็นการช่วยสนับสนุนเราทางอ้อมด้วยค่ะ WPThaiuser ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและติดตาม

Search