skip to Main Content
89
คะแนน

DesktopServer คือ โปรแกรมสำหรับการสร้างเซิฟเวอร์จำลอง ของ ServerPress ทำให้เราสามารถที่จะใช้ติดตั้ง WordPress เพื่อทำการทดสอบ ทดลองต่างๆ ในเครื่องของเราก่อนที่จะเช่าบริการโฮ้สต์จริงได้ ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีหลายโปรแกรม เช่น Xampp, Wampp เป็นต้น โปรแกรมเหล่านี้จะรวมเอา Apache, MySQL, Php MyAdmin (AMP) ที่จำเป็นในการสร้างเซิฟเวอร์มาไว้ในเครื่องของเราและทำให้เราสามารถรัน WordPress ได้ ซึ่งโปรแกรมอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน บางตัวก็ฟรีอีกด้วย แต่ DesktopServer คือโปรแกรมที่ทำการปรับแต่งมาให้ใช้งานกับ WordPress ได้สะดวกที่สุด ทั้งสำหรับการทำงานทั่วไป หรือ Developer

DesktopServer มีทั้งเวอร์ชั่นฟรีและพรีเมี่ยม สำหรับเวอร์ชั่นพรีเมี่ยมนั้น เหมาะสำหรับ Developer หรือผู้ที่รับทำเว็บไซต์ เพราะสามารถรองรับการสร้างเว็บได้ไม่จำกัด และมีฟังชั่นพิเศษเพิ่มเติมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานมากมาย ขณะที่เวอร์ชั่นฟรีนั้น เราจะสามารถใช้เพื่อทดลองเล่น WordPress เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับจุดประสงค์ของเรา โดยเว็บจำลองที่สร้างขึ้นจะมีโดเมน .dev แทน Localhost เหมือนแบบปกติ โดยเราสามารถตั้งโดเมนเว็บเป็นอะไรก็ได้ เช่น mywordpress.dev เป็นต้น

(ให้ผู้อ่านทำการคลิกสั่งซื้อก่อนนะคะ แต่โปรแกรมจะคิดเงินเป็น $0 อยู่แล้วค่ะ เราถึงจะได้แอคเค้าท์สำหรับเข้าไปดาวน์โหลด)

DesktopServer นั้นเป็น Cross Platform นะคะ คือ มีทั้งเวอร์ชั่นบน Mac และ Windows) แต่ก็ต้องใช้ตัวติดตั้งคนละตัวกันนะคะ

หลังจากลงชื่อเข้าใช้งานแล้วเราจะสามารถที่จะดาวน์โหลด DesktopServer รุ่นต่างๆ ได้ที่หน้า Download ก็จะสามารถเลือกดาวน์โหลด DesktopServer Limited ได้ สำหรับของเรานั้นเป็นแบบ DesktopServer Premium ก็จะมีเพิ่มขึ้นมาค่ะ เลือกโหลดตามโปรแกรมปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ได้เลย

download-desktopserver

ข้อดีของการจำลองเซิฟเวอร์เพื่อทดสอบ WordPress บนเครื่องของเรา

  • สำหรับ Developer ใช้สำหรับเป็นทดสอบธีมหรือปลั๊กอินต่างๆ ที่พัฒนาอยู่
  • สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ช่วยให้เราทดลองธีมหรือปลั๊กอินที่ยังไม่เคยใช้บนเครื่องของเรา ก่อนที่จะใช้งานบนเว็บไซต์จริงได้
  • สามารถทดลองปลั๊กอินหรือธีมที่ใช้งานอยู่บนเว็บจริง ก่อนการอัพเดตว่าส่งผลผิดพลาดอะไรกับเว็บของเราไม่
  • การใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเองจะเร็วกว่า
  • สามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
  • ปรับแต่งจนกว่าจะพอใจก่อนอัพขึ้นโฮ้สต์จริง ทำให้ไม่กระทบต่อ SEO เหมือนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขบ่อยๆ บนเว็บจริง (ที่อาจกระทบต่อการเก็บข้อมูลของ Search engine)

การติดตั้งบนและใช้งานบน Mac และ Windows (ขั้นตอนไม่ต่างกัน)

หลังจากดาวน์โหลดและเปิดไฟล์ zip ของโปรแกรมแล้ว ทำการเปิดโฟลเดอร์เข้าไป แล้วคลิกที่ตัวติดตั้ง

install-desktopserver

เสร็จแล้วคลิก Continue โปรแกรมก็จะให้เราใส่ Username และ Password ของเครื่อง ก็ใส่ไปแล้วกด OK (ของวินโดว์อาจจะไม่มีขั้นตอนนี้)

password-input

เสร็จแล้วเขาก็จะมีรายละเอียดให้เรากด Accept

accept-desktopserver

จากนั้นเลือก New DesktopServer Installation แล้วคลิก Continue แล้วก็รอจนโปรแกรมติดตั้งไฟล์เสร็จ

new-install-desktopserver

จากนั้นโปรแกรมจะแจ้งว่าได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราคลิก Ok แล้วกดปุ่ม Finish ตามลำดับ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้งบน Mac

ok-finish-install

เมื่อต้องการใช้งานก็คลิกเปิดที่ไอคอนของ DesktopServer ได้เลย

ในการเปิดใช้งานครั้งแรก บางที os x อาจจะฟ้องว่าเป็นแอปที่ดาวน์โหลดมาจากภายนอก ไม่สามารถเปิดได้ ก็ให้เราไปที่โฟลเดอร์ Applications ใน Finder บน Mac แล้วเลื่อนลงไปที่โฟลเดอร์ XAMPP จากนั้นคลิกขวาที่ไอคอน แล้วเลือก Open ก็จะมีกล่องให้เรายืนยัน ก็คลิก Open อีกทีค่ะ เท่านี้ก็จะเปิดได้

right-open

สำหรับ Windows นั้น ปกติก็จะอยู่ที่ไดร์ C: ในโฟลเดอร์ xampplite

windows-desktopserver

สร้างไซต์

หลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมก็จะเลือก Yes, Restart DesktopServer with privileges. ไว้อยู่แล้ว ให้เราคลิกที่ปุ่ม Next ได้เลย เสร็จแล้วจะมีให้ใส่รหัสผ่านของเครื่อง Mac ส่วนของวินโดวส์ก็จะมีในเรื่องของ Firewall ให้เราอนุญาติให้ DesktopServer ทำงานได้ด้วยนะคะ

start-desktopserver-2

จากนั้นโปรแกรมจะถามว่าเราต้องการสตาร์ทเซิฟเวอร์ใช่หรือไม่ ค่าปกติก็ตอบ Yes อยู่แล้วนะคะ ก็ให้เราคลิก Next ได้เลย

ตรงนี้จะเห็นว่าเราได้ติ๊กตรง Bypass Login ไว้ด้วย ตัวนี้คือช่วยให้เราไม่ต้องกรอก Username/Password ทุกครั้งที่เปิด WordPress เพราะโปรแกรมจะให้เราเลือกยูสเซอร์ที่ต้องการแล้วก็ทำการผ่านเราเข้าไปสู่หน้า Dashboard เลย โดยไม่ต้องกรอกอะไรทั้งสิ้น รองรับ 100 ยูสเซอร์ ก่อนหน้านี้มีแต่ใน Premium

start-server

หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะทำการสตาร์ทเซอร์วิสต่างๆ เสร็จแล้วก็คลิกที่ปุ่ม Next

services-started

ติ๊กที่ Create a new development website. แล้วคลิกปุ่ม Next

create-new

ก็จะเข้าสูก่ารตั้งชื่อเว็บไซต์ และเลือก Blueprint เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม Create

name-the-site

 

Blueprint คืออะไร

เราสามารถเลือก Blueprint ซึ่งก็คือตัวของ WordPress รุ่นต่างๆ ซึ่งปกติแล้วโปรแกรมจะติดตั้งรุ่นล่าสุดของช่วงที่ DesktopServer อัพเดต เมื่อเราติดตั้งแล้ว WordPress ก็จะแจ้งให้เราอัพเดตเวอร์ชั่นอยู่แล้วหากมีรุ่นที่ใหม่กว่า แต่หากเราต้องการใส่เวอร์ชั่นต่างๆ เหล่านี้เข้าไปเอง ก็ให้เราทำการนำไฟล์ zip ของ WordPress เวอร์ชั่นที่ต้องการที่เราดาวน์โหลดมาจาก wordpress.org ไปใส่ไว้ในโฟลเดอร์ blueprints ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ Applications/XAMPP บน Mac นั่นเอง ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ Blueprint ก็คือ เราสามารถสร้างเองได้! เช่น หากเราทำเว็บบ่อยๆ แล้วมีปลั๊กอินหรือธีมไหนที่ใช้งานประจำ เช่น เวลาทำเว็บให้ลูกค้า เราก็สามารถที่จะเพิ่มปลั๊กอินและธีมเหล่านั้นลงไปในไฟล์ Blueprint นี้ได้ โดยการแตกไฟล์ zip ของ wordpress ออก แล้วก็นำธีมและปลั๊กอินที่ดาวน์โหลดไว้แล้ว ใส่ในไดเร็คทอรี่ของมัน คือ themes, plugins นั่นเอง เพียงเท่านี้ เวลาที่เราสร้างไซต์ใหม่ ธีมและปลั๊กอินเหล่านี้ก็จะติดมาด้วยโดยที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปโหลดใหม่ทุกรอบ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสร้างเซิฟเวอร์โดยไม่ติดตั้ง WordPress ได้ด้วยการเลือก Blueprint เป็น Blank

blueprints

 

 

ไซต์จำลอง สร้างเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม Next

site-created

เสร็จแล้วคลิกที่ลิงค์สีน้ำเงินเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า WordPress

config

(ซึ่งถ้าเราคลิกปุ่ม Next ถัดไปอีก ก็จะวนไปเหมือนกับขั้นตอนแรกใหม่ คือจะมีตัวเลือกให้เราเพิ่มไซต์ได้เรื่อยๆ หรือจะลบไซต์ รีสตาร์ทหรือปิดการทำงานของเซิฟเวอร์ เป็นต้น)

 

แต่!!! หากใครคลิกที่ลิงค์สีน้ำเงินก่อนหน้านี้ แล้วเจอหน้า Object Not Found แบบนี้ (Xampp มักมีปัญหากับพอร์ตชนกัน แต่ DesktopServer เราเจอปัญหานี้แทน เพิ่งจะเจอ ได้ทำการแจ้งไปยังผู้พัฒนาแล้ว แต่บางคนก็อาจจะไม่เจอนะคะ ส่วนตัวเตยเองลงบน Windows 10 ก็ไม่เจอเช่นกันค่ะ)

object-not-found

ไม่ต้องตกใจค่ะ ให้เราคลิกที่ปุ่ม Next ที่ขั้นตอนก่อนหน้านี้ อย่าเพิ่งปิดหน้าเว็บที่ error ไปนะคะ เสร็จแล้วติ๊กที่ตัวเลือก Stop or restart the web and database services. แล้วคลิกที่ปุ่ม Next อีกที

stop-or-restart

ติ๊กที่ตัวเลือก Restart the web and database services. แล้วคลิกที่ปุ่ม Next

restart-again

เมื่อรีสตาร์ทแล้วจะขึ้นแบบนี้ค่ะ

done-restart

ทีนี้ลองรีเฟรชหน้าเว็บเดิมที่เกิด error ดู ก็จะปรากฏว่าเข้าสู่หน้าตั้งค่าการติดตั้ง WordPress ได้แล้วค่ะ อาจแลดูยาวหน่อยนิดนึง แต่มันวนๆ ค่ะ ถ้าไม่ติด error นี้คงก็เสร็จไปแล้ว แต่เราเผื่อไว้สำหรับคนที่เจอ เพราะเซอร์วิสพวกนี้ชอบมีปัญหาจริงๆ ค่ะ

start-install-setup

ในส่วนของ Windows 10

windows-wordpress-install-desktopserver

ติดตั้งภาษาไทย

เลือกภาษา ไทย แล้วคลิกที่ปุ่ม ต่อไป

thai-language

จากนั้นกรอกข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน แล้วก็คลิกที่ปุ่ม ติดตั้งเวิร์ดเพรส ได้เลย

exaple-thai-setup

หัวข้อเว็บ คือข้อความที่จะปรากฏในแต่ละหน้าของเว็บนั่นเอง หัวข้อเว็บนี้จะเป็นข้อความสำหรับหน้า Home (หน้าแรก) โดยเฉพาะ

site-title

ชื่อผู้ใช้ หลีกเลี่ยงชื่อผู้ใช้ Admin เพราะอาจไม่ปลอดภัยค่ะ โดยเจาะบ่อยที่สุด

รหัสผ่าน ควรตั้งรหัสผ่านที่มีความซับซ้อนแต่จดจำง่าย เพื่อความปลอดภัยอีกเช่นกัน

อีเมล กรอกอีเมล ซึงจะเป็นอีเมลหลักของเว็บไว้สำหรับส่งการแจ้งเตือนต่างๆ

เมื่อเราคลิก ติดตั้งเวิร์ดเพรส แล้ว ระบบก็จะทำการติดตั้งให้เราค่ะ แล้วก็รายงานผลพร้อมให้เราคลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบ เพื่อทำการเข้าสู่ระบบครั้งแรก

thai-login

จากนั้นเราก็จะเขาสู่หน้า เข้าสู่ระบบ ให้กรอก ชื่อผู้ใช้ และ รหัสผ่าน ให้เรียบร้อย แล้วก็คลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบ

thai-login-wordpress

ระบบก็จะนำเราเข้าสู่หน้าควบคุม (Dashboard) ของ WordPress เป็นครั้งแรก

dashboard-thai

เราสามารถดูหน้าเว็บของเราได้ โดยการเลื่อนเม้าส์ไปที่เมนูรูปบ้าน ซึ่งจะตามด้วยข้อความที่เรากำหนดเป็นหัวข้อเว็บ ที่ด้านบนซ้าย แล้วคลิกที่เมนูย่อย  เยี่ยมชมเว็บไซต์

thai-visit-site

และนี่ก็คือหน้าเว็บเริ่มต้นของเรา โดยใช้ธีมเริ่มต้นที่มากับ WordPress ซึ่งอาจต่างกันในแต่ละเวอร์ชั่น

preview-site-thai

สำหรับการกลับไปที่ หน้าควบคุม ก็ให้ทำแบบเดิม แต่จะมีเมนู หน้าควบคุม มาให้เราคลิกแทนค่ะ

back-to-dashboard-thai

 

ติดตั้งภาษาอังกฤษ

เลือก English แล้วคลิกปุ่ม Continue

wp-choose-language

Site Title ชื่อเว็บ
Username ชื่อของแอดมิน หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ Admin
Password ใส่รหัสผ่านให้เหมือนกันทั้ง 2 ช่อง
Your Email สำหรับใส่อีเมลที่ระบบจะทำการติดต่อกับเรา เช่น การเมลแจ้งเตือนต่างๆ
Privacy กำหนดให้ search engine (google, yahoo) สามารถมาเก็บข้อมูลเว็บเราไปใช้สำหรับการค้นหาได้

Site Title  คือข้อความที่จะปรากฏในแต่ละหน้าของเว็บนั่นเอง หัวข้อเว็บนี้จะเป็นข้อความสำหรับหน้า Home (หน้าแรก) โดยเฉพาะ

site-title

ติดตั้งเสร็จแล้วพร้อม Login เข้าสู่ระบบแล้วค่ะ ให้เรากรอกชื่อ Username และ Password ที่ตั้งไว้เพื่อเข้าสู่ระบบ

login-eng

ขั้นตอนต่อไปก็ลองเข้าสู่ระบบเอง ด้วยการพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของเรา ตามด้วย  /wp-admin  แล้วก็กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านตามที่ตั้งไว้ค่ะ เราก็จะเข้าสู่หน้า Dashboard ของ WordPress

dashboard-eng

เราสามารถดูหน้าเว็บของเราได้ โดยการเลื่อนเม้าส์ไปที่เมนูรูปบ้าน ซึ่งจะตามด้วยข้อความที่เรากำหนดเป็นหัวข้อเว็บ ที่ด้านบนซ้าย แล้วคลิกที่เมนูย่อย  Visit Site โดยระบบจะนำเราเข้าสู่หน้าเว็บจริงของเรา โดยจะแสดงตามธีมเริ่มต้น ซึ่งอาจจะแตกต่างกันที่เวอร์ชั่น WordPress แต่ละรุ่น ซึ่งมีธีมพื้นฐานแตกต่างกัน

visit-site-eng

สำหรับการกลับไปที่ Dashboard ก็ทำเหมือนเดิมค่ะ จะมีเมนู Dashboard มาให้เราคลิก

back-to-dashbord-eng

 

เพิ่มไซต์

หลังจากที่เราเพิ่มไซต์แรกแล้ว ตามขั้นตอนก่อนหน้านี้ (ก่อนที่จะเจอ error) ถ้าเราคลิกปุ่ม Next มันก็จะเป็นการวนไปขั้นตอนเพิ่มเว็บไซต์อีก กระบวนการมันมีแค่นี้จริงๆ เรียบง่ายมากๆ ค่ะ

เลือกตัวเลือก Create a new development website. ตัวที่ 3 แล้วคลิกปุ่ม Next
ถ้าใครสังเกตุ จะเห็นว่า ตอนนี้ตัวเลือก Remove, copy or move an existing website. นั้นสามารถเลือกได้แล้ว เพราะเราได้มีการสร้างไซต์ไปแล้ว ถ้าเราต้องการที่จะลบ หรือคัดลอก ก็เลือกที่ตัวเลือกที่ 2 แทน และที่มุมล่างซ้าย จะมีปุ่ม Sites ซึ่ง หากเราคลิกที่ปุ่มนี้ โปรแกรมก็จะแสดงไซต์ทั้งหมดที่เราสร้างไว้ เราจะเห็นในขั้นตอนต่อไปค่ะ

add-more-site

เช่นเดิมนะคะ กรอกชื่อเว็บที่เราต้องการค่ะ ในที่นี้เราใช้เป็น wpthaiuser เลย ก็จะเป็น www.wpthaiuser.dev คือเว็บที่เราจะได้ค่ะ คลิกที่ปุ่ม Create

create-second-site

รอจนเสร็จขึ้นแบบนี้เช่นเดิมเหมือนกัน แล้วคลิก Next

site-created

โปรแกรมก็จะแสดงลิงค์สำหรับส่งเราไปหน้าตั้งค่าเริ่มต้นของ WordPress เช่นเดิม
ให้ทำการคลิกเพื่อเข้าไปตั้งค่าตามปกติ โดยไม่ต้องปิดโปรแกรมนะคะ

wpthaiuser-add-new

ขั้นตอนต่อไปก็คลิกที่ปุ่ม Next จากรูปก่อนหน้า ก็จะวนไปที่ขั้นตอนแรกอีกเหมือนเดิม
แต่ทีนี้ให้เราคลิกที่ปุ่ม Sites ที่ด้านล่างซ้ายแทน

click-sites

โปรแกรมก็จะเปิดบราวเซอร์ขึ้นมา และแสดงรายชื่อเว็บที่เราได้สร้างไว้ พร้อมปุ่มไปยังหน้าต่างๆ ทางด้านขวามือ ซึ่งสามารถทำให้เราไปยังหน้าเว็บ หน้า Dashboard หรือฐานข้อมูล (Database) ได้โดยตรง

site-list

ลบไซต์

ขอเขียนรวบรัดไปขั้นตอนที่เหมือนกับตอนที่เพิ่มไซต์เลยนะคะ เดียงแต่การลบไซต์ ก็ให้เราเลือกตัวเลือก 2 Remove, copy or move an existing website. ค่ะ แล้วก็คลิก Next เหมือนเดิม

remove

เข้าสู่หน้านี้ ให้เราเลือกไซต์ที่เราต้องการจะลบ ด้านล่างเลือก Remove แล้วคลิก Remove โปรแกรมก็จะถามว่าเราแน่ใจหรือไม่ ให้คลิก Yes ไปเลย

choose-site-to-remove

แป๊บเดียวก็เสร็จ จะขึ้นข้อความแบบด้านล่างนี้

complete-remove

ซึ่งถ้าเราคลิก Next ต่อไป พอจะเดาออกมั๊ยคะ ว่าจะวนไปไหนอีก …. ใช่แล้วค่ะ วนกลับไปเหมือนตอนเพิ่มไซต์อีกนั่นเอง แต่เราจะไม่เพิ่มไซต์หรือลบไซต์แล้ว เราจะมาเลือกตัวเลือกแรกกัน

การปิดหรือรีสตาร์ทเซิฟเวอร์

ขั้นตอนนี้คือตัวเลือกที่เหลือจาก 3 ตัวเลือกที่เราได้ลองใช้งานไปแล้ว 2 ตัวนั่นเอง ใช้สำหรับปิดการทำงานของเซิฟเวอร์ หรือรีสตาร์ทการทำงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปกติ ก่อนที่เราจะเลิกใช้งาน เราก็จะทำการปิดการทำงานของ Apache, MySQL, PhpMyAdmin คือการ Stop services เหล่านี้นั่นเองค่ะ ไม่เช่นนั้นมันก็จะรันอยู่เบื้องหลังตลอดโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว

เลือก Stop or restart the web and database services. แล้วคลิก Next

stop-services

เลือกตัวเลือกที่ต้องการ ก่อนหน้านี้เราได้ลอง Restart service ไปแล้วตอนเจอ error
รอบนี้เราจะปิดโปรแกรม ก่อนจะปิดเราก็เลย Stop service ซักหน่อย
เลือก Stop the web and database services. แล้วคลิก Next

restart-stop-service-closed

เมื่อโปรแกรมได้ทำการ Stop services ทั้งหมดแล้ว ก็ให้เราคลิกปุ่ม Close เพื่อปิดโปรแกรมได้เลย

service-stop-close

และทั้งหมดนั้นก็คือขั้นตอนการใช้งานที่จำเป็นส่วนใหญ่สำหรับ DesktopServer ซึ่ง แค่ตัวฟรีหรือ Limited นี้ก็สะดวกมากแล้วสำหรับการทดลองใช้งาน WordPress แบบยังไม่ต้องเช่าโฮ้สต์และโดเมนเอง หรือแม้แต่จะทำเว็บจริงจังก็ยังได้ เพียงแต่เวอร์ชั่น Premium จะสะดวกกว่าในการทำงานกับหลายๆ เว็บ หรือการนำเว็บไปขึ้นโฮ้สต์จริงก็อาจจะทำได้ง่ายกว่า ดังนั้นเวอร์ชั่น Premium ก็จะเหมาะสำหรับ Developer และ คนที่ทำอาชีพรับทำเว็บด้วย WordPress ค่ะ

 

DesktopServer Premium

ข้อแตกต่างหลายอย่างที่น่าสนใจของ Premium Version ก็คือ

Unlimited Site คือ สามารถสร้างเว็บได้กี่เว็บก็ได้ ในขณะที่แบบ Limited นั้น สร้างได้แค่ 3 เว็บ ถ้าสร้างเว็บเยอะกว่านี้ก็ต้องคอยลบอันเก่าออก ทำให้ไม่สามารถทำพร้อมกันได้

Import / Export  ช่วยให้การโยกย้ายระหว่างเว็บจริงและเครื่องเราทำได้ง่ายขึ้น เพียงแค่สร้างซิปไฟล์แล้วนำมา Import หรือ Export บน DesktopServer

import-site-desktopserver

LAN Sharing  ฟังชั่นนี้เหมาะสำหรับการทดสอบเว็บด้วยเครื่องอื่น เช่น เปิดเว็บบนมือถือ ทำให้เราสามารถเข้าทดสอบเว็บจากมือถือด้วย url เดียวกันกับเซิฟเวอร์จำลองบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้นั่นเอง

lan-sharing-desktopserver2

Deployment (Direct Deploy, Quick Deploy) ฟังชั่นนี้ช่วยให้เราทำการผลักเว็บที่ทำเสร็จแล้วขึ้นสู่โฮ้สต์จริง โดยเชื่อมต่อกับเว็บที่อยู่บนโฮ้สจริงอีกที เราอาจจะเช่าโฮ้สต์และติดตั้ง WordPress พร้อมมี Domain name เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการเชื่อมต่อกับ DesktopServer ของเราที่อาจจะทำเว็บเรียบร้อยแล้ว แล้วทำการ Deployment ข้อมูลทั้งหมดนี้ไปยังเว็บปลายทางได้เลย สำหรับคนที่ทำเว็บให้ลูกค้า ก็สามารถใช้เทคนิคนี้กับ sub domain ได้เช่นกัน โดยการสร้าง sub domain ขึ้นมา เช่น demo.myawesomewebdesign.com แล้วทำการ Deployment เว็บที่ทำเสร็จแล้วขึ้นไปให้ลูกค้าดูก่อนก็ได้ มีการแก้ไขตรงไหนเราก็ใช้การ Deploy นี้แหละอัพเดตเว็บ สะดวกดีนะคะ

Multisite  รองรับการทำ multisite

สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บ ServerPress

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน (Documentation) 

 

 

บทสรุป
เป็นโปรแกรมที่ใช้งานสะดวกที่สุดเท่าที่ลองใช้มาสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัด Command line หรือไม่ชอบตั้งค่าเยอะแยะ สามารถใช้ได้ทั้ง Mac และ Windows
Design Quality90
Customizability90
Feature Availability85
Easy to use100
Flexibility80
89
คะแนน
Back To Top
Search